เผยเจ้าชายวิลเลียมทะเลาะหนักกับเจ้าชายแฮร์รี่ เรื่องเมแกนบูลลี่จนท.ในวัง

นักเขียนเรื่องราชวงศ์อังกฤษเผยในหนังสือเล่มใหม่ อ้างเจ้าชายวิลเลียมทรงทะเลาะกับเจ้าชายแฮร์รี่อย่างหนัก ในเรื่องเมแกนโดนร้องเรียน บูลลี่จนท.ในวัง จนเจ้าชายวิลเลียมทรงให้แยกสำนักพระราชวัง

เผย โรเบิร์ต เลซีย์ นักเขียนเรื่องราชวงศ์อังกฤษเขียนลงในหนังสือเล่มใหม่ Battle of the Brothers’ (การปะทะกันของสองพี่น้อง) ซึ่งถูกนำมาเผยแพร่ใน the Times (เดอะ ไทม์ส) สื่อในอังกฤษ โดยอ้างว่า เจ้าชายวิลเลียม ดยุคแห่งเคมบริดจ์ ทรงแยกสำนักพระราชวังถวายงานกับเจ้าชายแฮร์รี่ พระอนุชาของพระองค์ในปี 2562 เนื่องจากเจ้าชายวิลเลียมกริ้วและทะเลาะกับเจ้าชายแฮร์รี่อนุชา ในเรื่องเมแกน ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ ชายาในเจ้าชายแฮร์รี่ ถูกเลขานุการฝ่ายสื่อสารในสำนักพระราชวังร้องเรียนว่าข่มเหงรังแกเจ้าหน้าที่ในสำนักพระราชวัง

The Times เผยว่า โรเบิร์ต เลซีย์ นักเขียนเรื่องราชวงศ์อ้าง มีเพื่อนคนหนึ่งของดยุคและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์พูดว่า ‘เจ้าชายวิลเลียมโยนแฮร์รี่ออกมา'(จากวัง) หลังจากสองพี่น้อง ทรงสนทนาทางโทรศัพท์เกี่ยวกับข้อกล่าวหาที่เมแกนถูกเจ้าหน้าที่ระดับสูงในวังร้องเรียนเรื่องที่ไปข่มเหง (บูลลี่) เจ้าหน้าที่ในวัง จนทำให้ทั้งสองพระองค์ทะเลาะกันและถึงขั้นเจ้าชายแฮร์รี่ได้วางสายโทรศัพท์พระเชษฐา

ในหนังสือ Battle of the Brothers ยังอ้างว่า เจ้าชายวิลเลียมทรงสงสัยเมแกนว่ามีความเป็น ‘ปฏิปักษ์’ ต่อระบบระเบียบของวังอังกฤษ และบางทีอาจมีแผนจะถอนตัวจากการเป็นสมาชิกราชวงศ์อังกฤษตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นการเข้ามาเป็นสมาชิกราชวงศ์อังกฤษ หลังจากเมแกนได้แต่งงานกับเจ้าชายแฮร์รี่ ในปี 2561 เพื่อต้องการจะกลับไปอยู่ที่สหรัฐอเมริกา

เจ้าหน้าที่ในสำนักพระราชวังเคนซิงตันอ้างในหนังสือเล่มนี้ว่า เมแกนแสดงบทเธอตกเป็นเหยื่อ แต่เธอกลับข่มเหงและปฏิบัติต่อเจ้าหน้าที่ในวังไม่ดีเหมือนกับที่เคยทำสมัยเป็นดาราในฮอลลีวูด ซึ่งข้อกล่าวหานี้ถูกแจ้งไปถึงเจ้าชายแฮร์รี่ซึ่งได้ ‘ร้องลั่น’ ใส่เจ้าหน้าที่ของพระองค์ อย่างไรก็ตาม เจ้าชายแฮร์รี่และเมแกนได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าเมแกนข่มเหงเจ้าหน้าที่ในสำนักพระราชวังเคนซิงตันมาตลอด

ทั้งนี้ นสพ. เดอะ ไทม์ส เคยเป็นสื่อแห่งแรกในอังกฤษที่รายงานเมื่อมีนาคม 2564 ว่ามีเจ้าหน้าที่ระดับสูงในวัง ก่อนต่อมามีการเปิดเผยว่าคือ นายเจสัน นอฟ ซึ่งเคยทำงานเป็นเลขานุการฝ่ายสื่อสารหรือเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ของเจ้าชายแฮร์รี่และเมแกน (เคยประทับที่วังเคนซิงตันก่อนย้ายไปอยู่ที่ตำหนักฟร็อกมอร์คอทเทจ) ได้ส่งอีเมลร้องเรียนเมื่อตุลาคม 2561 ว่าเมแกนได้ข่มเหงเจ้าหน้าที่ประจำสำนักพระราชวังเคนซิงตันจนผู้ช่วยส่วนตัว 2 คนลาออกจากวังเคนซิงตัน อีกทั้งเมแกนยังทำลายความมั่นใจในตัวเองของเจ้าหน้าที่ในวังอีกคนเป็นรายที่ 3

นายเจสัน นอฟ ส่งอีเมลร้องเรียนในเรื่องพฤติกรรมของเมแกน เพื่อต้องการให้สำนักพระราชวังบักกิงแฮมปกป้องเจ้าหน้าที่ในวังทั้ง 3 คนซึ่งถูกเมแกนข่มเหง จนต้องตกอยู่ภายใต้แรงกดดันชนิดที่ไม่สามารถจะทนได้จากเมแกน

RELATED POST

“เวนเกอร์” เล่าย้อนตอนรับงานคุม “อาร์เซนอล” โยงถึง “เฟอร์กูสัน” กุนซือคู่แข่ง

"อาร์แซน เวนเกอร์" ออกมาเล่าย้อนช่วงตอนที่ตัวเขาเข้ามารับงานคุมทีม "อาร์เซนอล" พร้อมพูดถึง "เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน" ตำนานกุนซือ "แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด" อาร์แซน เวนเกอร์ ตำนานผู้จัดการทีมชาวฝรั่งเศสของ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ทีมดังแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ออกมาเล่าย้อนช่วงตอนที่ตัวเขาเข้ามารับงานคุมทีม…

เห็นด้วยมั้ย กูรูดังเผยหนึ่งแข้งดังตัวการสำคัญทำ “แมนยูฯ” ฟอร์มรูด

ช่วงท้ายซัมเมอร์ที่ผ่านมา คริสเตียโน โรนัลโด ย้ายมาจาก "ม้าลาย" ยูเวนตุส สโมสรชั้นนำในศึก กัลโช่ เซเรียอา อิตาลี ด้วยค่าตัวเบื้องต้นราวๆ 12.8 ล้านปอนด์ (ประมาณ 576 ล้านบาท) พร้อมออปชันพิเศษในภายหลังอีก 6.8 ล้านปอนด์ (ประมาณ…

“เอฟรา” เปิดใจถึง “ซัวเรซ” หลังครบ 10 ปี ประเด็นดราม่าเหยียดผิวเกมแดงเดือด

ปาทริซ เอฟรา อดีตแบ็กซ้ายตัวเก่งของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ออกมาเปิดใจย้อนความไปถึงเหตุการณ์ที่เจ้าตัวถูก หลุยส์ ซัวเรซ อดีตสตาร์ของ ลิเวอร์พูล พูดจาดูถูกและเหยียดผิวจนเกิดเป็นคดีดังเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ย้อนกลับไปเมื่อปี 2011 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ ลิเวอร์พูล เกม…

‘มิงส์’ ฝันนั่งเก้าอี้นายกฯแดนผู้ดี

ไทโรน มิงส์ ปราการหลัง แอสตัน วิลลา และทีมชาติอังกฤษ ออกมาเผยว่าหลังแขวนสตั๊ดเลิกเล่นฟุตบอลอาชีพ เขาสนใจที่จะเข้าสู่แวดวงการเมือง และพยายามก้าวไปสู่การนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีของอังกฤษให้ได้ หลังดาวเตะวัย 28 ปี มักจะออกมาแสดงความเห็นด้านการเมืองอยู่เป็นประจำในช่วงหลัง ก่อนหน้านี้ ดาวเตะ “สิงห์ผงาด” เป็นคนหนึ่งที่ออกมาพูดเรื่องการเมืองอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะเรื่องการรณรงค์ให้มีการคุกเข่าเพื่อแสดงการต่อต้านการเหยียดผิวก่อนเกม บ่งบอกว่าเจ้าตัวมีความสนใจในเรื่องเหตุบ้านการเมืองอยู่พอสมควร และเมื่อถูกถามว่าจะทำอะไรต่อไปหลังแขวนสตั๊ดเลิกเล่นฟุตบอลอาชีพ…