หนังออนไลน์ : The Cornered Mouse Dreams of Cheese ให้รักฉันอยู่ในมุมหัวใจเธอ

หนังออนไลน์ : The Cornered Mouse Dreams of Cheese ให้รักฉันอยู่ในมุมหัวใจเธอ เรื่องราวของ เคียวอิจิ โอโตโมะ (ทาดาโยชิ โอคุระ) ผู้แอบนอกใจภรรยา วันหนึ่งเขาได้พบกับเพื่อนเก่าสมัยมหาวิทยาลัย วาตารุ อิมางาเซะ (เรียว นาริตะ) รุ่นน้องที่ทำงานเป็นนักสืบเอกชน และมาบอกว่าภรรยาได้จ้างให้เขามาตามดูว่าเคียวอิจินอกใจจริงหรือเปล่า วาตารุผู้หลงรักเคียวอิจิมา 7 ปีจึงยื่นขอเสนอว่าจะปิดเรื่องความสัมพันธ์ของเคียวอิจิเป็นความลับ ถ้าเคียวอิจิยอมจูบเขา!

ไม่เคยคิดเลยครับว่าจะได้ดูหนังบอยเลิฟสายวายต้อนรับวันวาเลนไทน์ แถมดันติดเรต 18+ อีกต่างหาก 555 คือไม่ได้อะไรกับสายวายนะครับ แต่สิ่งที่ผมรู้สึกเอ๊ะอ๊ะนิดหน่อยก็คือ ความเรต 18+ ของหนังเรื่องนี้นี่แหละครับ ตอนแรกผมนึกว่า หนังเรื่องนี้ก็คงมีฉากวายแบบวาบหวามเหมือนซีรีส์วายทั่วไปนี่แหละ เห็นจากหน้าหนังดูเป็นหนังรักใส ๆ ด้วยซ้ำ แต่พอเข้าไปดูจริง ๆ ผมถึงกับต้องจดในสมองเลยว่า ถ้าจะเขียนรีวิวต้องเน้นตัวหนาและขีดเส้นใต้เลยว่า มัน 18+ แบบว่าไม่ควรพาเด็กมาดูเลยอ่ะครับ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน

The Cornered Mouse Dreams of Cheese เป็นหนังที่สร้างจากมังงะสายวาย (Yaoi) ญี่ปุ่นที่ตีพิมพ์ครั้งแรกกับสำนักพิมพ์ Shokakukan ในปี 2004 ครับ เนื้อหาว่าด้วยเรื่องของเคียวอิจิ หนุ่มออฟฟิศหน้าตาดีมีเสน่ห์ สาวติดตรึม ภรรยาน่ารัก ทุกอย่างดูเหมือนจะดีใช่มั้ยครับ แต่แล้วรุ่นน้องมหาวิทยาลัยอย่าง อิมากาเสะ ดันกลับมาหาเขาด้วยท่าทีแปลก ๆ พร้อมกับการเปิดเผยว่า เขาเองรับภารกิจจากภรรยาของโอโตโมะ ให้มาตามสืบรุ่นพี่ว่าแอบนอกใจตัวเองหรือไม่

แน่นอนว่า รุ่นพี่เคียวอิจิซังอยากปิดเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ ซึ่งก็ดันไปเข้าทางรุ่นน้องอิมากาเสะไปเสียอีกแน่ะ เพราะว่าเขาดันแอบชอบรุ่นพี่โอโตโมะมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยมากว่า 7 ปีแล้ว พอโคจรมาพบกันด้วยเงื่อนไขแบบนี้ เขาเองก็เลยรุกเข้าหาเคียวอิจิไปด้วยการเสนอว่าจะปกปิดเรื่องที่รุ่นพี่แอบมีชู้เอาไว้ ด้วยการแลกกันกับความสัมพันธ์ทางกาย!

ในเบื้องหลังความใสกิ๊ง สิ่งที่เป็นเรื่องราวแก่นหลักคงไม่ใช่เรื่องว่าความรักสาย LGBT ของเคียวอิจิและอิมากาเสะเป็นอย่างไร แน่นอนว่า ความรักของทั้งคู่มันก็เป็นแก่นหลักของเรื่ีองนั่นแหละนะครับ แต่สิ่งที่ตัวหนังไปได้กว้างและลึกกว่านั้นมาก ๆ (ย้ำว่ามาก ๆ) คือการนำเสนอเรื่องราวของความเฉพาะตัวของความสัมพันธ์ต่างหาก ซึ่งจริง ๆ แล้ว แม้ว่าจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะเริ่มต้นด้วยความไม่เต็มใจ หรือจะเรียกว่าเป็นการคุกคามทางเพศ (Sexual Harassment) เลยก็ว่าได้ (ก็แหง เล่นไปขอจูบเขา คุกคามเห็น ๆ 555) และผมเชื่อว่า ดูแล้วก็พอจะเดาออกแหละว่าทั้งคู่จะลงเอยกันอย่างไร

แม้เราจะพอนึกทรงความสัมพันธ์ของทั้งคู่ออก แต่ก็ต้องขอเล่าเลียบ ๆ เคียง ๆ ว่า ในอีกมุมหนึ่ง ความสัมพันธ์ของทั้งคู่มันก็อยู่บนความไม่ Healthy ด้วยนะครับ เป็นความสัมพันธ์ลับ ๆ ที่เริ่มต้นจากความไม่เต็มใจ เคียวอิจิเองที่โดนรุ่นน้องรุกหนัก ก็ไม่รู้จะ Come Out (การเปิดเผยเพศสภาพที่แท้จริง) ดีไหม แถมตัวเขาเองก็ยังเสน่ห์แรงพอที่จะมีผู้หญิงเข้ามาพัวพันอยู่เรื่อย ๆ จนทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่กลายเป็นความสัมพันธ์แบบเปิด (Open Relationship) ที่ต่างก็เข้า ๆ ออก ๆ ในความสัมพันธ์ของกันและกันอย่างหลวม ๆ แม้ว่าจะดูไม่ Healthy เท่าไหร่ แต่ก็แอบมีความเติมเต็มความรู้สึกให้กันได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ซึ่งพอมันเป็นความสัมพันธ์แบบเปิด ที่ทั้งคู่ไม่ได้มีอะไรผูกมัดว่าจะคบกัน แน่นอนว่ามันก็เกิดความ “เหลื่อมล้ำ” ในน้ำหนักของความสัมพันธ์ ที่ทั้งแตกต่างและไม่เท่ากัน รักแท้ของคนคนหนึ่ง อาจเป็นเพียงจูบและเซ็กส์แก้เหงาของอีกคนหนึ่งความลึกซึ้งในความสัมพันธ์ของคนหนึ่ง ณ เวลาหนึ่ง อาจไม่ใช่และไม่เทียบเท่ากับความสัมพันธ์ของอีกคนหนึ่ง ณ อีกห้วงเวลาหนึ่งก็เป็นได้ และบางทีเราเองก็ไม่อาจจะตัดสินได้ว่าความสัมพันธ์แบบใดดีหรือไม่ดี ความสัมพันธ์ที่แท้จริงของคนเราอาจเป็นเพียงอะไรบางอย่างที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ และไม่มีใครคาดเดาอะไรได้ถูกเผงทั้งนั้น แม้แต่ตัวของเราเองก็ตาม

จริง ๆ ที่อธิบายเรื่องความสัมพันธ์อันซับซ้อนมาตั้งยาว ก็เพียงเพื่อจะบอกว่า อย่าไว้ใจหนังเรื่องนี้เด็ดขาดนะครับ เพราะแม้หนังจะดูใส ๆ และกราฟของหนังจะดูนิ่ง ๆ ไม่พุ่งพล่านเท่าไหร่ แต่เป็นหนังที่เล่าและตั้งคำถามเรื่องความรัก ความสัมพันธ์อันวุ่นวายซับซ้อน และจุดแตกสลายของความสัมพันธ์ได้อย่างหนักหน่วงมาก ๆ โดยมีเรื่องของเพศสภาพเข้ามาเป็นเงื่อนไขอันหนักหน่วงที่นำไปสู่ความรัก ความเจ็บปวด ความวุ่นวาย และนำไปสู่การแตกสลายของความสัมพันธ์ในที่สุด

นอกจากเซอร์วิสด้านเพศอันวาบหวามระดับจัดหนักแล้ว ความดาร์กเข้มข้นของเนื้อเรื่องที่ว่าด้วยความสัมพันธ์ที่เหลื่อมล้ำ วุ่นวาย และแตกสลาย รวมถึงประเด็นการ Come Out ทั้งหลายเหล่านี้ กลายเป็นความที่ถ้าจะพาครอบครัวมาดูหนังเรื่องนี้ิ คงต้องเลิกคิดไปเลยครับ แต่ถ้าจะดูหนังรักหน่วง ๆ วุ่นวายเรื่องนี้ฉลองเดือนแห่งความรัก นอกจากงานภาพอันสวยจับใจแล้ว ประเด็นของหนังสายวายใส ๆ ประเด็นหนัก ๆ เรื่องนี้คงทำให้คุณได้ครุ่นคิดต่อเรื่องความสัมพันธ์ อย่างน้อย ๆ ก็หลังดูหนังจบได้อย่างแน่นอน

RELATED POST

“เวนเกอร์” เล่าย้อนตอนรับงานคุม “อาร์เซนอล” โยงถึง “เฟอร์กูสัน” กุนซือคู่แข่ง

"อาร์แซน เวนเกอร์" ออกมาเล่าย้อนช่วงตอนที่ตัวเขาเข้ามารับงานคุมทีม "อาร์เซนอล" พร้อมพูดถึง "เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน" ตำนานกุนซือ "แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด" อาร์แซน เวนเกอร์ ตำนานผู้จัดการทีมชาวฝรั่งเศสของ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ทีมดังแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ออกมาเล่าย้อนช่วงตอนที่ตัวเขาเข้ามารับงานคุมทีม…

เห็นด้วยมั้ย กูรูดังเผยหนึ่งแข้งดังตัวการสำคัญทำ “แมนยูฯ” ฟอร์มรูด

ช่วงท้ายซัมเมอร์ที่ผ่านมา คริสเตียโน โรนัลโด ย้ายมาจาก "ม้าลาย" ยูเวนตุส สโมสรชั้นนำในศึก กัลโช่ เซเรียอา อิตาลี ด้วยค่าตัวเบื้องต้นราวๆ 12.8 ล้านปอนด์ (ประมาณ 576 ล้านบาท) พร้อมออปชันพิเศษในภายหลังอีก 6.8 ล้านปอนด์ (ประมาณ…

“เอฟรา” เปิดใจถึง “ซัวเรซ” หลังครบ 10 ปี ประเด็นดราม่าเหยียดผิวเกมแดงเดือด

ปาทริซ เอฟรา อดีตแบ็กซ้ายตัวเก่งของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ออกมาเปิดใจย้อนความไปถึงเหตุการณ์ที่เจ้าตัวถูก หลุยส์ ซัวเรซ อดีตสตาร์ของ ลิเวอร์พูล พูดจาดูถูกและเหยียดผิวจนเกิดเป็นคดีดังเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ย้อนกลับไปเมื่อปี 2011 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ ลิเวอร์พูล เกม…

‘มิงส์’ ฝันนั่งเก้าอี้นายกฯแดนผู้ดี

ไทโรน มิงส์ ปราการหลัง แอสตัน วิลลา และทีมชาติอังกฤษ ออกมาเผยว่าหลังแขวนสตั๊ดเลิกเล่นฟุตบอลอาชีพ เขาสนใจที่จะเข้าสู่แวดวงการเมือง และพยายามก้าวไปสู่การนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีของอังกฤษให้ได้ หลังดาวเตะวัย 28 ปี มักจะออกมาแสดงความเห็นด้านการเมืองอยู่เป็นประจำในช่วงหลัง ก่อนหน้านี้ ดาวเตะ “สิงห์ผงาด” เป็นคนหนึ่งที่ออกมาพูดเรื่องการเมืองอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะเรื่องการรณรงค์ให้มีการคุกเข่าเพื่อแสดงการต่อต้านการเหยียดผิวก่อนเกม บ่งบอกว่าเจ้าตัวมีความสนใจในเรื่องเหตุบ้านการเมืองอยู่พอสมควร และเมื่อถูกถามว่าจะทำอะไรต่อไปหลังแขวนสตั๊ดเลิกเล่นฟุตบอลอาชีพ…